ทำไมถึงชอบคอม
จากคอมจอขาวดำ ปุ่ม TURBO และเกมบน DOS ไปจนถึง HTML ที่เปิดดูไม่ได้ ASP ที่ไม่มี Server ให้รัน และเสียงต่ออินเทอร์เน็ตของ 56K Modem

ตอนที่ 1: ก่อนจะรู้ว่าเขียนโปรแกรมคืออะไร
ผมจำไม่ได้ว่าเริ่มสนใจคอมตั้งแต่เมื่อไร เพราะเท่าที่นึกออก คอมก็อยู่รอบตัวมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว
ครั้งแรก ๆ ที่ได้จับคอมน่าจะเป็นตอนอนุบาล 1–2 ที่ทำงานของพ่อกับแม่ คือ สสจ. ตอนนั้นเป็นคอมจอขาวดำ มีปุ่ม TURBO อยู่หน้าเครื่อง ชื่อฟังดูเหมือนกดแล้วเครื่องน่าจะเร็วขึ้น แต่เท่าที่จำได้ ถ้ากดเข้าไปจริง ๆ เครื่องกลับช้าลง
ตอนเย็นผมจะไปเล่นเกมกอล์ฟกับเกมต่อยมวยที่นั่น
ในสำนักงานตอนนั้นยังมีพิมพ์ดีดอยู่ด้วย และสำหรับเด็กอนุบาล พิมพ์ดีดก็เป็นของเล่นอีกอย่างหนึ่ง ผมชอบกดแป้นหลาย ๆ ตัวพร้อมกันจนก้านพิมพ์พุ่งขึ้นมาติดกันเป็นก้อน แล้วก็นั่งแกะมันกลับลงไป
ตอนนั้นคงไม่ได้คิดว่าเครื่องพวกนี้ทำงานอย่างไร แค่กดอะไรลงไปแล้วมีอะไรเกิดขึ้นก็น่าสนุกแล้ว
คอมเครื่องแรกที่บ้าน
ตอนอนุบาล 3 พ่อซื้อคอมที่ใช้ CPU 80486 มาไว้ที่บ้าน หลังจากนั้นผมก็ได้ใช้คอมจริงจังขึ้น
คำว่า “จริงจัง” ในที่นี้ หมายถึงเล่นเกม
มีทั้งเกมบน DOS อย่าง The Lion King และ A-Train รวมถึงเกมอื่น ๆ ที่ตอนนี้จำชื่อไม่ได้แล้ว
พอประมาณ ป.1–2 ผมก็เริ่มเล่น Microsoft Word กับ PowerPoint เอา Clip Art มาแปะ แล้วทำสไลด์อะไรไปเรื่อย ไม่มีงานต้องส่ง และไม่มี Presentation ที่ต้องเอาไปพูดหน้าห้อง
ทำเพราะมันสนุกดี
น่าจะเป็นช่วงแรก ๆ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า คอมไม่ได้มีไว้แค่เล่นสิ่งที่คนอื่นทำไว้ให้ แต่เอามาทำอะไรของตัวเองได้ด้วย ถึงสิ่งนั้นจะเป็น PowerPoint ที่เต็มไปด้วย Clip Art ก็ตาม
หนังสือ HTML ที่เปิดดูไม่ได้
ช่วงเดียวกัน แม่ซื้อหนังสือ HTML มาให้ลองทำ
ผมก็เปิดหนังสือแล้วพิมพ์ตาม มี <HTML> มี <BODY> มีเครื่องหมาย < กับ > เต็มไปหมด
ปัญหาคือคอมที่บ้านตอนนั้นยังใช้ Windows 3.11 และไม่มี Web Browser ให้เปิดดูง่าย ๆ ว่าสิ่งที่เขียนออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร
โปรเจกต์เขียนเว็บครั้งแรกของผมจึงจบค่อนข้างเร็ว
เขียนได้ แต่ดูไม่ได้
ก็พับเก็บไปก่อน
หลังจากนั้นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายรอบ เจออะไรที่อยากลอง ซื้อหนังสือมา พิมพ์ตามไปเรื่อย ๆ แล้วไปชนกำแพงอะไรสักอย่างที่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะข้ามอย่างไร
ก็พับไว้ แล้วค่อยกลับมาหามันใหม่ทีหลัง
Pentium III
ตอน ป.3 พ่อซื้อคอมเครื่องใหม่ เป็น Intel Pentium III 500 MHz กับ NVIDIA RIVA TNT2 Model 64
ตอนแรกใช้ Windows 98 แล้วจึงเปลี่ยนเป็น Windows Me ในเวลาต่อมา
เครื่องนี้อยู่กับผมหลายปี และเป็นเครื่องที่ผมจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้เยอะมาก
เกมที่เล่นช่วงนั้นมี Theme Park, Theme Hospital, Holiday Island, SimCity 3000 และ SimCity 3000 Unlimited
ตอนใช้ Windows Me ก็มี Age of Empires II: The Age of Kings
อีกเกมที่ชอบมากคือ The Sims ภาคแรก ผมเริ่มเล่นตอนที่มีภาคเสริม Livin’ Large แล้ว และเล่นอยู่บ่อยมาก
ดังนั้นถ้าจะเล่าว่าวัยเด็กผมเอาแต่ศึกษาเรื่องคอม เขียนเว็บ และเขียนโปรแกรม ก็คงไม่จริง
เวลาส่วนใหญ่ยังเล่นเกมอยู่ดี
กลับมาหา HTML
ความแตกต่างจากเครื่อง 80486 คือคราวนี้มี Browser แล้ว
HTML ที่เคยเขียนแล้วเปิดดูไม่ได้จึงเริ่มมีความหมายขึ้นมา
ผมลอง Microsoft FrontPage แล้วต่อมาก็ Macromedia Dreamweaver โปรแกรมพวกนี้ทำเว็บแบบลากวางได้ อยากใส่ข้อความ รูป ตาราง หรือปุ่ม ก็วางลงไป แล้วโปรแกรมสร้าง HTML ไว้ข้างหลังให้อีกที
ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้าใจ HTML มากนัก
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อผมอยากทำอะไรที่ Dreamweaver ไม่มีปุ่มให้กด
อยากให้เว็บมีลูกเล่น ก็เลยไปซื้อหนังสือ JavaScript มาอ่าน แล้วลองพิมพ์ตัวอย่างในหนังสือตามทีละอัน
ภาพหนังสือ JavaScript
วิธีเรียนตอนนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา
อยากทำอะไร → หาในหนังสือ → พิมพ์ตาม → ลองรัน
ถ้าใช้ได้ก็ดี
ถ้าใช้ไม่ได้ ก็กลับไปดูว่าพิมพ์อะไรผิด
ตอนนั้นยังไม่มี Stack Overflow ให้ค้น และแน่นอนว่าไม่มี AI ให้โยน Code เข้าไปแล้วถามว่า “ทำไมอันนี้ไม่ทำงาน”
บางครั้งปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ Code ด้วยซ้ำ
เว็บมีอะไรอยู่ข้างหลังอีกที
พอทำเว็บไปสักพัก ผมก็เริ่มรู้ว่าหน้าเว็บที่เห็นไม่ใช่ทั้งหมดของเว็บ
ถ้าอยากทำเว็บบอร์ด ระบบสมาชิก หรือเก็บข้อมูลอะไรบางอย่าง มันต้องมีโปรแกรมทำงานอยู่ข้างหลังอีกที
ตอนนั้นผมไปเจอคำว่า CGI แล้วต่อมาก็ซื้อหนังสือ ASP: Active Server Pages 3.0 มาอ่าน
ผมลองเขียนตามหนังสืออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพบปัญหาใหม่
Windows Me ที่ใช้อยู่ไม่มี IIS
หรือพูดง่าย ๆ คือ
คราวนี้เขียนเสร็จแล้ว แต่ไม่มี Server ให้รัน
ก็พับไปอีกรอบ
ภาพหนังสือ ASP
โปรแกรมเครื่องคิดเลขที่ Windows ก็มีอยู่แล้ว
ช่วงประมาณ ป.3 ผมเคยซื้อแผ่น CD Visual Studio 6 มาลองด้วย
จำไม่ได้แล้วว่าไปเห็นมาจากไหน หรือทำไมถึงอยากลอง แต่จำได้ว่าเคยทำโปรแกรมเครื่องคิดเลขง่าย ๆ ขึ้นมา
เอาปุ่มมาวางบนหน้าต่าง แล้วเขียนว่าเมื่อกดปุ่มนี้ให้เกิดอะไรขึ้น
กดปุ่ม → Code ทำงาน → ได้ผลลัพธ์ออกมา
ฟังดูธรรมดามาก และ Windows เองก็มี Calculator ที่ดีกว่าของผมทุกด้านอยู่แล้ว
แต่ความรู้สึกมันต่างจากการใช้โปรแกรมของคนอื่น
เพราะคราวนี้ปุ่มที่อยู่บนหน้าจอเป็นปุ่มที่เราวางเอง และมันทำงานเพราะ Code ที่เราเขียนเอง
ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะเขียนโปรแกรมไปทำไม จะมีใครใช้หรือเปล่า หรือจะเอาไปประกอบอาชีพอะไร
แค่ทำแล้วมันทำงานได้ก็น่าสนุกแล้ว
Homepage กับ Pizza
ตอน ป.4 โรงเรียนส่งผมไปแข่งทำ Homepage เป็นทีมกับเพื่อน ใช้ Dreamweaver ทำ
จำไม่ได้แล้วว่าหัวข้อคืออะไร และจำไม่ได้ด้วยว่าได้อันดับเท่าไร รู้แต่ว่าไม่ใช่ที่หนึ่ง และมีรางวัลอะไรกลับมาสักอย่าง
แต่สิ่งที่จำได้แม่นกว่ารางวัลคือ ครูคอมพาไปเลี้ยง Pizza หลังแข่ง
ถ้าถามว่าอะไรเป็นแรงจูงใจสำคัญของเด็ก ป.4 ระหว่างรางวัลการแข่งขันทำ Homepage กับ Pizza ผมคิดว่าคำตอบค่อนข้างชัดเจน
Windows XP กับ ASP ที่พับไว้
ปี 2001 ตอนผมอยู่ ป.4 Windows XP ออกมา
ผมเอามาลงเครื่อง Pentium III ที่บ้านเอง เรื่องลง Windows หรือลง Software ผมค่อนข้างทำเองมาตลอด ไม่ค่อยได้ยกเครื่องไปร้าน
พอติดตั้งไปเรื่อย ๆ แล้วเห็นว่ามี IIS ให้ลงด้วย ผมจำได้ว่าดีใจมาก
เพราะ ASP ที่เคยลองเขียนจากหนังสือแล้วรันไม่ได้บน Windows Me ในที่สุดก็มีที่ให้มันทำงานเสียที
ผมกลับไปเปิดหนังสือเล่มเดิม แล้วลองทำตัวอย่างพวกเว็บบอร์ด อัปโหลดรูป และหน้าเว็บที่มี Code ทำงานอยู่ฝั่ง Server
แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นยังทำอยู่บนเครื่องของตัวเอง
ไม่ได้มี User
ไม่ได้มี Production
ไม่ได้มี Cloud
และไม่มีใครเดือดร้อนถ้าผมทำมันพัง
แต่มันต่างจากตอนที่เขียน HTML
เมื่อก่อนเราเขียนไฟล์ขึ้นมา แล้ว Browser ก็เปิดมันให้ดู
คราวนี้เราส่งอะไรเข้าไป แล้ว Server สามารถประมวลผลและตอบอะไรบางอย่างกลับมาได้
คอมไม่ได้มีไว้แค่แสดงสิ่งที่เราสร้างอีกต่อไป มันเริ่มทำงานบางอย่างให้เราได้
ตอนนั้นผมยังไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่กำลังทำเรียกว่า Frontend, Backend หรือ Full-stack อะไรทั้งนั้น
รู้แค่ว่ามันสนุกดี
แล้วถ้าเบื่อ ก็ปิด Dreamweaver ไปเล่นเกมต่อ
56K Modem
จริง ๆ แล้วมีอีกโลกหนึ่งเปิดขึ้นมาพร้อมกัน
เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอน ป.3 แต่ยังไม่ได้เล่า
คอม Pentium III เครื่องเดียวกันไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในบ้านเหมือนเครื่องก่อน มันต่อออกไปหาเครื่องอื่นได้แล้ว ผ่านกล่องเล็ก ๆ ที่ทุกครั้งก่อนใช้งานจะส่งเสียงประหลาดออกมาจากลำโพง
56K Modem
เวลาต่ออินเทอร์เน็ต โทรศัพท์บ้านก็ใช้ไม่ได้ เว็บหนึ่งหน้าอาจต้องรออยู่นาน และรูปภาพจะค่อย ๆ โผล่ลงมาจากด้านบนทีละส่วน
แต่สิ่งที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์เส้นนั้นใหญ่กว่าหนังสือคอมทุกเล่มที่ผมมีอยู่มาก
มี Sanook
มี Thaiware
ต่อมาก็มี Google
มีเว็บบอร์ด มีคนอื่น มีเกมออนไลน์ และมีคำตอบสำหรับเรื่องที่หาในหนังสือไม่เจอ
นั่นน่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่เปลี่ยนวิธีที่ผมใช้คอมไปมาก
เพราะจากเครื่องที่มีอะไรอยู่เท่าที่เราลงไว้ใน Hard Disk
อยู่ดี ๆ มันก็ต่อออกไปเจอโลกข้างนอกได้